เกลือหิมาลัย เบื้องหลังความพรีเมียมอันตรายกว่าที่คิด

เกลือหิมาลัย เบื้องหลังความพรีเมียมอันตรายกว่าที่คิด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “เกลือหิมาลัย” หรือ เกลือชมพู กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะ “เกลือพรีเมียม” พ่อค้าแม่ค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมักโฆษณาด้วยคำว่า “ธรรมชาติ 100%” “มีแร่ธาตุมากกว่า 84 ชนิด” และ “มีคุณค่าทางโภชนาการสูง” อ้างว่านี่คือสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากกว่าแค่เครื่องปรุงรส

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์หลิว เชาเว่ย (Liu Shaowei) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร ผลการตรวจสอบล่าสุดกลับกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับคนรักสุขภาพ เมื่อมีการตรวจพบสารโลหะหนักอย่างตะกั่ว สารหนู และโครเมียมในเกลือชมพูบางยี่ห้อ อีกทั้งยังพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของเกลือบริโภคในหลายประเทศ และไม่ควรถูกจำกัดความเป็นเกลือสำหรับรับประทาน

กับดักสีชมพู “เกลือหิมาลัย” เบื้องหลังความพรีเมียม อาจเป็นอันตรายกว่าที่คิด

เกลือหิมาลัย

ความจริงเบื้องหลังสีชมพูและราคาที่พุ่งสูง

ราคาของเกลือชมพูถูกปั่นให้สูงกว่าเกลือธรรมดาถึง 6-10 เท่า หรือบางยี่ห้ออาจสูงถึง 66 เท่า โดยอาศัยรูปลักษณ์ที่สวยงามเหมือนอัญมณีและชื่อที่ฟังดูโรแมนติก แต่การทดสอบจากหน่วยงานมืออาชีพพบปัญหาหลัก 3 ประการ ดังนี้:

  • ปริมาณโซเดียมคลอไรด์ต่ำ: เกลือชมพูส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมคลอไรด์ไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของร่างกายจากการบริโภคเกลือได้
  • สารเจือปนสูง: การทดสอบการละลายพบว่าเกลือชมพูมีสารที่ไม่ละลายน้ำจำนวนมากเมื่อเทียบกับเกลือปกติที่ละลายจนใสสะอา
  • ความเสี่ยงจากโลหะหนัก: แม้จะยังไม่พบปริมาณที่เกินมาตรฐานอย่างรุนแรงในการตรวจบางครั้ง แต่การมีอยู่ของตะกั่ว สารหนู และโครเมียม ในปริมาณที่สูงกว่าเกลือปกตินั้นถือเป็นความเสี่ยงต่อระบบประสาทและระบบย่อยอาหารในระยะยาว

เกลือธรรมชาติ หรือแค่ขยะจากเหมือง?

ในทางวิทยาศาสตร์ เกลือชมพูไม่ได้ต่างจากเกลือทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เกลือทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นเกลือทะเล เกลือจากทะเลสาบ หรือเกลือสินเธาว์ ล้วนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่การสังเคราะห์ขึ้นมา ส่วนแร่ธาตุ 84 ชนิดที่โฆษณาไว้นั้น ในความเป็นจริงมีปริมาณที่น้อยมากจนร่างกายแทบไม่ได้รับประโยชน์เมื่อเทียบกับสารอาหารจากนมหรือผัก ในทางกลับกัน เกลือชมพูที่เป็นเกลือหินตามธรรมชาติและไม่ผ่านการสกัดที่เข้มงวด มักจะสะสมโลหะหนักที่เป็นอันตรายไว้มากกว่า

นอกจากนี้ ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมในบางประเทศ เกลือบริโภคต้องมีลักษณะ “สีขาว รสเค็ม ไม่มีกลิ่น” ซึ่งเกลือชมพูไม่ผ่านเกณฑ์พื้นฐานในเรื่องสีตั้งแต่แรก ในหลายพื้นที่หน่วยงานกำกับดูแลจึงระบุว่าเกลือชนิดนี้สามารถใช้ได้เพียงในอุตสาหกรรมเท่านั้น และห้ามจำหน่ายเป็นเกลือบริโภค

บทสรุปสำหรับผู้บริโภค

การเลือกซื้อเกลือควรพิจารณาจากมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ควรหลงเชื่อเพียงเพราะภาพลักษณ์นำเข้าหรือคำโฆษณาเกินจริง เกลือบริโภคที่ได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบความบริสุทธิ์คือทางเลือกที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุดสำหรับร่างกาย ความจริงที่เป็นตลกร้ายคือ มนุษย์ใช้เวลาหลายพันปีในการเรียนรู้วิธีสกัดเกลือให้บริสุทธิ์เพื่อความปลอดภัย แต่ปัจจุบันเรากลับยอมจ่ายเงินแพงเพื่อซื้อ “เกลือดิบ” ที่มีสิ่งเจือปนกลับมาบริโภคอีกครั้ง

balancecounseling