เปิดหมดเปลือกผ่านรายการ Woody Talk ย้อนเล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตาถึงเส้นทางชีวิตที่พุ่งสุดแล้วร่วงแรงของ “นารา เครปกะเทย” ในวันที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับทำให้เห็นคุณค่าของอิสรภาพ ความรู้สึกผิดที่สะสมมาตลอด เผยคำพูดในอดีตที่เคยทำร้ายจิตใจแม่จนวันนี้กลายเป็นบาดแผลที่อยากขอโทษ ยอมรับตรง ๆ ว่ายิ่งโดนด่ายิ่งได้เงิน ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือสร้างกระแส และโอกาสที่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกครั้งในชีวิต
“นารา เครปกะเทย” ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อก ชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

ในวันที่ความเกลียดของคนดูคือเครื่องผลิตเงินของคุณ รู้สึกยังไงกับประโยคนี้ ?
นารา : หนูรู้สึกว่าถูกต้องนะ เพราะว่ายิ่งคนด่าเราเยอะ เขาจะยิ่งเกิดความสนใจ แต่ในที่นี้ด่าเราในขั้นไหนบ้าง ด่าเพราะเราทำผิดหรือว่าด่าจากผลงานของเรา วันนี้คนที่ด่าเยอะๆ คือด่าจากการอินผลงานของเรา มันทำให้คนเปิดการมองเห็น ทำให้คนรู้สึกว่าอยากจะดูว่าเขาด่าเราในเรื่องอะไร เลยทำให้ดึงดูดคนมาดูเยอะ พอด่าแล้วมีความสนุกเข้าไปในตัวเนื้อเรื่องนั้นด้วย ไม่ใช่ด่าแบบว่าจะเอาให้ตายเลย แบบให้มันจมดินเหมือนคนที่ทำผิดดราม่า แต่รายการเราเป็นรายการที่แบบคนด่าแล้วคนชอบ ด่าในสิ่งที่เขาไม่รู้ หมายความว่า เช่น เรามีเบื้องหลังมีอีกแบบหนึ่ง เราอาจจะเตรียมไว้บ้าง เราอาจจะผลิตไว้แบบนี้ แต่เขาก็ด่าแบบจริงจัง เรารู้สึกดีใจ เขาอินในสิ่งที่เราทำ แน่ใจว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ที่บอกว่าคนด่าเป็นเครื่องผลิตหาเงินจริงไหม หนูว่าจริงนะ อย่างโพสต์นั้นเราได้แล้วนะ 30,000 บาท เยอะนะ คนด่าอยู่ได้นั่นแหละว่ารายการออนไม่ตรงบ้าง อะไรไม่ตรงบ้าง งั้นเราก็ทำเป็นแถลงการณ์เลย เวลาเราทำผิดมันจะต้องมีการมาแถลงการณ์ขอโทษ เพราะคนเขาอยากรู้อยู่แล้ว เราก็ไล่เรียงไปเลย สุดท้ายเข้าขายของคลินิกไป แล้วคนเขาก็บอก “นาราแกหลอกฉันอีกแล้ว ฉันโดนหลอกอีกแล้ว” คนแชร์เยอะก็เปิดการมองเห็น

บาลานซ์ยังไงว่าควรที่จะต้องเบรกแล้ว เพราะคนจับทางได้ ?
นารา : คือหนูดูจากคอมเมนต์ค่ะ ซึ่งเวลาหนูทำคลิป คือถ้าคนไม่รู้ควรจะแชร์เยอะ แต่ถ้าสมมติคนรู้ คนจะเริ่มแชร์ไม่ถึง 100 แล้ว ถ้าแชร์ไม่ถึง 100 คนรู้แล้วว่าเราไปทางไหน ก็ต้องเบรกแล้ว และก็กลับมานั่งคิดทบทวนกับตัวเองว่าจะไปแผนไหนต่อดี หรือไม่ว่าต้องรอดูสถานการณ์ว่าสถานการณ์ไหนที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เราเอามาเล่นก็ค่อยใส่ไปตอนนั้น เพราะว่าหนูรู้สึกว่า คือโลกสมัยนี้มันไม่ได้เหมือนสมัยก่อนที่ต้องมีคนชมตลอด สมัยนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือว่าเหตุการณ์ใด ๆ ต่าง ๆ มันจะมีคนเห็นต่างอยู่แล้ว จะมีคนเห็นดีกับเราแล้วก็เห็นต่างกับเรา ซึ่งหนูรู้สึกว่าเวลาคนที่ด่าบางครั้งด่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยนะ เหมือนแค่อยากด่า อยากระบายอารมณ์ของตัวเองอย่างที่พี่วู้ดดี้พูด หนูก็เลยเอาจุดตรงนี้มาทำให้คนได้รู้ว่า เวลาคุณจะด่าใครสักคนหนึ่ง ลองอ่านให้มันจบก่อน ถ้าคุณอ่านไม่จบแล้วคุณไม่รู้เรื่องของเขาจริงๆ แล้วคุณด่า น่าอายนะ ก็เลยเอาจุดตรงนี้ขึ้นมาทำผลงานด้วย
เหตุการณ์ไหนคือบทเรียนล้ำค่าที่ทำให้เราโตขึ้น ?
นารา : อย่างการติดคุกนี่แหละ หนูไม่เคยพูดในรายการไหนนะว่าการติดคุกมันเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับหนู การติดคุกของมันเป็นสิ่งที่หนูเป็นคนที่อยากทำอะไรหลายอย่างในชีวิตมาก แต่พอเราอยู่ในคุก มันทำไม่ได้ เราอยากกลับไปกอดแม่ก็ออกไม่ได้ อยากออกไปทำหลายอย่างในชีวิตบ้าง ทำไม่ได้เลย ทำให้คิดทบทวนกับตัวเองว่าการติดคุกเป็นประสบการณ์ที่ฉันหาซื้อไม่ได้เลย แล้วจะไม่กลับมาซื้ออีก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ได้ทบทวนกับตัวเองว่าฉันทำอะไรผิดพลาดมากเหรอถึงต้องไปอยู่ในนี้มาอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด แล้วออกไปต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องทำยังไงบ้างให้คนมองเราไปว่าไม่ใช่อีคนขี้คุก แต่มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ก็เลยมองกับตัวเองว่า งั้นถ้าเราทำไม่ได้ ต้องเริ่มต้นใหม่ให้มันดี มีเสียน้ำตาแรก ๆ ตอนที่ติดคุกสงสารครอบครัว สงสารแม่ที่เขาไม่รู้อะไรเลย และเขาจะต้องมารับความเจ็บปวด ยังจำได้แบบวันที่นักข่าวเขารุมสัมภาษณ์แม่ แม่มายืนรอหนูที่หน้ากองปราบ ไม่รู้ว่าลูกจะได้กลับมาหรือเปล่า เพราะหนูบอก “แม่เดี๋ยวหนูกลับมานะ บอกน้องด้วยว่าเดี๋ยวหนูกลับมา” แม่เขาคงมีความหวัง เขาก็ยืนรอหนูยัน 20:00 น. ซึ่งตอนที่หนูออกมาแล้วได้ดูภาพที่นักข่าวบันทึกไว้ สุดท้ายแล้วแม่ก็รอเก้อ ไม่ได้ออกมา ก็รู้สึกว่าเราทำให้เขาเจ็บปวด

เชื่อว่าตอนออกมาก็คงทำทุกทางให้แม่ไม่เจ็บปวด ? นารา เครปกะเทย
นารา : ใช่ คือช่วงนี้ไม่ค่อยได้รับสายโทรศัพท์แม่ เพราะเขาจะถามมาตลอดว่าไหวไหม เขาจะมาเล่นโซเชียลเยอะขึ้นและจะเห็นทุกคำด่า เวลาหนูโดนด่า เขาจะไปคอมเมนต์ตอบกลับให้ตลอด เขาก็บอกกับเรา บอกว่าไม่ต้องตอบกลับเดี๋ยวแม่ตอบให้เอง เวลาแม่โทรมาหนูก็จะตัดสายเพราะรู้สึกโกรธ โกรธตัวเองว่าทำไมจะต้องทำให้แม่เดือดร้อน พอเวลาแม่เขาไปด่ากับคนอื่นใช่ไหม ก็จะต้องมีคนด่ากับเขาเหมือนแม่มารับแรงกระแทกแทนเรา ทั้งที่แม่บอกว่าไม่เป็นไร แต่ความรู้สึกของเขาต้องเป็นอยู่แล้วเพราะคนเป็นแม่ เรารู้สึกโกรธ อยากจะขอพรให้ข้อหนึ่งแบบเกิดมาไม่ต้องเป็นลูกแม่อีกเลย เพราะรู้สึกทุกครั้งที่หนูเป็นลูกแม่ แม่จะพูดกับหนูตลอดเลยว่า “แม่ยอมเหนื่อย ยอมอดทน ยอมสู้เพื่อลูก” เราก็รู้สึกว่าแม่เขายอมทนเพื่อเรา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาไม่ได้เกิดมาเป็นแม่ของเรา แล้วถ้าเขาเกิดไปเป็นแม่ที่ดีของคนอื่น โดยที่ไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมาทนเพราะเรา ไปเกิดในครอบครัวดีๆ ก็อยากให้แม่เราไปอยู่ในจุดนั้นด้วยซ้ำ จะไม่ต้องมาเหนื่อยแทนเรา
ทุกวันนี้ยังตัดสายแม่อยู่ไหม ?
นารา : ก็ตัดสายอยู่ค่ะ เพราะว่าเวลาทุกครั้งที่คุยกับแม่หนูจะบ่นเหนื่อยตลอด จะแบบ “แม่หนูเหนื่อยมาก เหนื่อยมาก” เขาก็จะแบบพยายามหาทุกวิถีทาง “เดี๋ยวขับรถไปหาไหม” อะไรอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เขาอยู่อยุธยาแล้วหนูอยู่กรุงเทพฯ เขาก็จะแบบหาทุกทางที่ทำให้หนูจะหายเหนื่อย ก็รู้สึกแบบไม่ได้อยากคุยกับเขามาก ๆ จนกว่าหนูพร้อมแล้วก็จะกลับไปบ้านแล้วก็จะคุยกับเขาเต็มที่เลย
แต่ขอแนะนำให้ครั้งหน้าที่แม่โทรมาก็แค่ฟัง เขาแค่อยากได้ยินเสียงเรา
นารา : เขาจะมีหลายอย่างมากที่เขาอยากทำแต่ไม่กล้าทำเพราะกลัวเราว่าด้วย ซึ่งหนูเคยว่าแม่ครั้งหนึ่งจำได้ไม่อยากให้แม่มายุ่ง อยากอยู่กับเพื่อนไม่ได้อยากอยู่กับแม่ หนูพูดว่า “อยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าที่อยู่กับแม่” วันนั้นจะไปเที่ยวกันแล้วแม่ก็อยากไปด้วย แม่เลยบอก “แม่ไม่ไปแล้ว” เราก็เลยเสียใจถึงทุกวันนี้ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกไป เพราะว่า ณ ตอนนั้นเรายังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีแม่อยู่แล้วเราอยู่ไม่ได้ จะเจอเหตุการณ์ที่ต้องมีเพื่อนอยู่ตลอด ให้ตัวเองมีความสุขไปวัน ๆ แต่พอเจอเหตุการณ์ที่ติดคุก ทำให้รู้เลยว่าเพื่อนไม่อยู่เลยมีแต่แม่ อยู่แค่เพื่อนบางคน แต่แม่อยู่กับเราทุกวัน

