ดูหนัง Peter Rabbit 2 The Runaway (2021)

ดูหนัง Peter Rabbit 2 The Runaway (2021)

ดูหนัง Peter Rabbit 2 The Runaway (2021)

ดูหนัง Peter Rabbit 2 The Runaway (2021) โทมัสและก็บีกำลังถูกผูกมัดแล้วก็อาศัยอยู่กับปีเตอร์แล้วก็ครอบครัวกระต่ายของเขา “ปีเตอร์ แรบบิท ทู: เดอะ รันอะเวย์” ปีเตอร์อิดโรยกับชีวิตในเรือนเพาะชำ Peter Rabbit 2 The Runaway (2021) ไปที่เมืองใหญ่ที่ซึ่งเขาได้เจอกับนักแสดงที่ไม่แน่ชัดและลงเอยด้วยการสร้างความโกลาหลให้กับทุกคนในครอบครัวภาคต่อของหนังปี 2018 ‘ปีเตอร์ แรบบิท’ ภายหลังจากการสมรสของบีและโธมัสพร้อมกันไปกับนวนิยายที่ได้รับการเชิดชูซึ่งขึ้นกับประสบการณ์ของปีเตอร์รวมทั้งเพื่อนพ้องของเขา “Peter Rabbit 2: The Runaway” ปีเตอร์รู้สึกเหมือนกับว่าทุกคนคิดว่าเขาท้าทายด้วยเหตุนี้ เมื่อบีรวมทั้งโธมัสเลือกที่จะออกไปท่องเที่ยว ปีเตอร์นับว่านี่เป็นช่องทางที่จะได้ออกวิ่ง

รีวิว Guns Akimbo – โทษครั้ง…มือพี่ยุ่งหนังเกี่ยวกับเรื่องราวของ Miles (Daniel Radcliffe)

เกรียนคีย์บอร์ดคนหนึ่ง แต่ดันไปเกรียนผิดที่ เพราะเหตุว่าเขาดันไปสั้นใส่คนเกมแข่งฆ่าสุดเดือด Skizm โน่นจึงเป็นตัวจุดชนวนให้ผู้จัดบุกมาหาเขาและจัดการติดปืนไว้กับมือของเขา พร้อมบังคับให้เขาเข้าร่วมการแข่งขันนี้พบกับสุดโหดเหี้ยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เอาจริงเอาจังๆเราเห็นมีมนี้มานานมาก

กับภาพชุดที่มีไว้ใส่สำหรับนอนของ Daniel Radcliffe พร้อมถือปืนที่มือ พอดูตัวอย่างก็อ๋อเลย หนังดำเนินเรื่องเรียบง่ายขวานผ่าซาก ย้ำแอ็คชั่น และก็ความสั้นความวิปลาสบอของตัวละคร โดยยิ่งไปกว่านั้น ตัว Daniel Radcliffe เล่นได้สั้น บ้าๆบอๆ เล่นได้แบบ…ใช้คำว่าไรดีอะ ตกลงว่าเบิกบานดีที่ได้มองเห็น Daniel Radcliffe

ในรูปแบบนี้ที่น่าประหลาดใจคือ Samara Weaving นี่แหละ คือมองไม่ออกเลยว่าคุณสวมบทเป็น Nix เป็นทั้งเรื่องก็สงสัยอยู่ว่า “ใครวะ?” เพียงพอขึ้นเครดิตชื่อตอนสุดท้ายก็เอ๊า นี่เธอแสดงหรอเนี่ย แม้จะไม่ได้มีบทแสดงอะไรมากมาย แต่ว่าแค่ฉากแอ็คชั่นของคุณกับประพฤติตัวสั้นๆก็น่าตบมือให้แล้วกล่าวถึงเรื่องฉากแอ็คชั่น

จะว่าดีดีแล้ว แม้กระนั้นก็ไม่ได้ว้าวอะไรขนาดนั้น แม้กระนั้นหนังมันตัดต่อได้บันเทิงใจ จังหวะตัดเอ่ย มุมกล้องเอย บวกพวกเอฟเฟคต่างๆที่ใส่เข้ามา มันทำให้หนังมีจังหวะเล่าเรื่องที่สนุกเลยแหละ ผสมกับตัวละครที่สุดแสนจะเบิกบานอย่างที่บอกไปข้างต้นก็เลยทำให้หนังมันสุนกแต่สิ่งที่หนังขาดไปหนักๆเลยเป็นเรื่องของบท เว้นแต่เรื่องราวการจะต้องเข้าร่วมรายการ Skizm ของ Miles

แล้วนั้น เรื่องอื่นๆถือว่าเบาบางมากมาย ข้อความสำคัญเบื้องหลังตัวละครต่างๆความเป็นมา ความข้องเกี่ยวระหว่างตัวละคร เราแทบจะไม่รู้อะไรเลย ก็ได้แต่ว่าสงสัยว่ามันเป็นไงมายังไง บางครั้งอาจจะเนื่องจากด้วยตัวหนังที่มีเวลาเล่าเรื่องต่างๆน้อยไปมาก จุดนี้เลยเบาหวิวไปเลย มีอย่างนึงที่ขัดใจด้วยเหมือนกัน

จู่ๆผู้แสดงนำชายก็ยิงปืนแม่น เก่งเฉยเมย ในฉากท้ายๆแม้กระนั้นในช่วงท้ายก็ดันกลับมาไม่แม่นอีกแบบงวยงงๆพร้อมทั้งยังมีความไม่มีเหตุผลอยู่อีกหลายจุดเช่นเดียวกันสรุปแล้ว Guns Akimbo ไม่ใช่หนังเสพเนื้อเรื่องแต่อย่างใด เข้าไปมอง Daniel Radcliffe แบบรั่วๆกับฉากแอ็คชั่นแค่นั้นน่าจะเป็นสิ่งที่บันเทิงเพียงพอเพลิดเพลินๆแล้ว

รีวิวหนัง Vanguard หน่วยคุ้มครองฟัดผ่านโลก – แอ็คชันหนำใจ แฟนเฉินหลงฟินต้นจนกระทั่งจบ

Vanguard แวนการ์ด หน่วยรักษาฟัดข้ามโลก ภาพยนตร์แอคชันส่งตรงจากประเทศจีน แม้จะเคยมีการประกาศเลื่อนฉายไปเมื่อต้นปีแบบไม่มีระบุ เพราะว่าการระบาดของวัววิด-19 ในประเทศจีนที่มีความรุนแรงอย่างมาก แม้กระนั้นณ เวลานี้ในตอนนี้ภาพยนตร์ซูเปอร์แอ็คชันฟอร์มยักษ์หัวข้อนี้ ได้กลับมาระเบิดความมันส์ให้แฟนคลับชาวไทยได้ชมกันในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ Vanguard

แวนการ์ด หน่วยพิทักษ์ฟัดข้ามโลก ภาพยนตร์แอ็คชันฟอร์มยักษ์ ผลงานของผู้กำกับ สแตนลี่ ตง ผู้ครอบครองผลงาน The Myth กระบี่ทะลุฟ้า ฟัดทะลุเวลา (2005) รวมทั้ง Kung Fu Yoga (2017) นอกเหนือจากนั้นยังมีนักแสดงรุ่นใหญ่ของวงการภาพยนตร์จีนอย่าง แจ็คกี้ ระเบียง หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อของ

เฉินหลง สวมบทนำ สมทบด้วยดาราหนุ่มอย่าง หยาง หยาง จาก I Belonged to You (2016) แล้วก็ดาราหนังสาวสวย มีย่า มู่ฉี จาก Warriors of the Nation (2018) Vanguard แวนการ์ด หน่วยคุ้มครองฟัดข้ามโลก เล่าเรื่องราวของการต่อสู้ของกลุ่มแวนการ์ด องค์กรรักษาความปลอดภัยระดับโลก ที่นำทีมโดย ถัง ฮั่วถิง (เฉินหลง) และก็สมาชิกมากมายฝีมืออย่าง เหลย เจิ้นหยู่ (หยาง หยาง) ที่จำต้องเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับผู้ก่อเหตุร้ายแรงระหว่างประเทศ

เพื่อช่วยเหลือเหล่านักธุรกิจชาวจีนและลูกสาวของเขา พร้อมกับจบแนวทางก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ที่มีชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นพนันไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนกับหนังเรื่องนี้ มีอีกทั้งฉากแอ็คชันมันส์ๆของ เฉินหลง และ หยาง หยาง ให้เราได้ชมกันแบบจุใจ ยังมีฉากไล่ล่าสุดมันอย่างการซิ่งรถยนต์หรูไล่ล่ากันในนครดูไบ (ฉากนี้ไม่ควรพลาด!!)

ซึ่งนอกจากฉากบู๊เดือดแล้วยังมีฉากให้พวกเราได้ฟินกันกับการจับคู่ระหว่างหยาง หยาง กับ ซู รั่วหาน ที่ดูแล้วต้องหุบยิ้มมิได้เลยล่ะ รวมทั้งยังมีการแทรกมุขตลกตามสไตล์หนังเฉินหลงเข้ามาด้วย ก็เลยทำให้หนังประเด็นนี้มีหลายรสไม่มีเบื่อ ยังมีฉากที่ใช้ CGI เข้าช่วยเสริมให้หัวข้อนี้บริบูรณ์ขึ้นไปอีก

ผู้ใดที่ต้องการมาสัมผัสภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างไทย-จีน Vanguard แวนการ์ด หน่วยปกป้องฟัดผ่านโลก บอกเลยประเด็นนี้ไม่ควรพลาด Vanguard แวนการ์ด หน่วยคุ้มครองฟัดผ่านโลก หนังแอ็คชันมันๆที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่บู๊ เรื่องราวดี ภาพสวย คุ้มค่าแก่การเสียเงินเสียทองในช่วงสุดสัปดาห์

รีวิว I Still Believe – จะรักให้ร้อง จะร้องให้รักเป็นการได้กลับมามองในหนังโรงหนแรกภายหลังจากนั่งแหตระหนี่อยู่บ้านกับเหตุการณ์การ

ระบาดของ Covid-19 เปิดกันด้วยหัวข้อนี้เลย I Still Believe – จะรักให้ร้อง จะร้องให้รัก I Still Believe เป็นหนังที่ผลิตมาจากความเป็นจริงของนักร้องชายหนุ่ม Jeremy Camp กับเรื่องราวความรักของตัวเขากับ Melissa แต่โชคชะตาก็เล่นตลกในขณะที่ความรักกำลังไปได้สวย Melissa พบว่าคุณเป็นโรคร้ายที่อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน

ทำให้เรื่องราวของทั้งสองอยู่ด้วยความมุ่งมาด ความเชื่อถือ แล้วก็ความรักที่มีต่อกันยอมรับเลยว่าไม่รู้จัก Jeremy Camp ยังไม่แน่ใจด้วยว่าเคยฟังเพลงของเขามาบ้างหรือเปล่า และก็ไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องราวความรักของชายคนนี้เป็นไงมายังไง สรุปว่าไม่เคยรู้อะไรเลย แต่พอใช้ดูตัวอย่างก็คิดในหัวแค่เพียงว่า

ก็แค่เอาการราวความรักของนักร้องมาสร้างแค่นั้นแหละ ดูหนัง Peter Rabbit 2 The Runaway (2021) พอใช้ได้เข้าไปมองปุบปับ มันก็เป็นเรื่องราวความรักของ Jeremy Camp จริงๆที่เล่าตั้งแต่เขาได้เจอกับสิ่งที่เรียกได้เลยล่ะว่าน่าจะเป็นรักแท้ของ Jeremy Camp กับการพบสาวสวยนามว่า Melissa ซึ่งตลอดครึ่งเรื่องของหนังเอาตรงๆมันทำเราเอือมระอามาก 555+

หนังไม่ใส่ใจตัวละครห้อมล้อมอะไรเยอะแค่ไหนเลย จุดโฟกัสเพียงแค่สองพระนางแบบไม่น้อยเลยทีเดียวและเหตุการณ์ต่างๆหรือบทสำหรับพูดมันน้ำเสียมากมาย มากถึงมากที่สุด ซึ่งไม่เคยทราบหรอกว่าเขาเสริมเติมแต่งไปมากมากแค่ไหน แต่มันน้ำเน่าจริงๆเป็นครึ่งแรกมันคือหนังโรแมนติเตียนคโลกสวยเรื่องนึงนั่นแหละแม้กระนั้นเรื่องราวช่วงหลังแปรไปโดยทันทีเปลี่ยนเป็นหนังดราม่าเฉยเมย

เมื่อตัว Melissa ค้นพบว่าเป็นโรคร้ายที่โหยกเหยกความรักของคุณกับ Jeremy Camp ซึ่งเหมือนกับหนังคนละม้วน ครึ่งหลังนี่เต็มไปด้วยดราม่า และเรื่องราวที่ประทับใจ ไม่เคยทราบว่าจริงเท็จเพียงใดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆแม้กระนั้นด้วยความที่มันถูกกล่าวมาว่ามันสร้างมาจากเรื่องจริง

เลยทำให้สถานะการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงหลังทำให้พวกเราเชื่อส่วนนึงแล้วว่า เห้ยอปิ้งน้อยมันก็มีส่วนจริง มันก็เลยกลายเป็นว่าน่าทึ่งกับตัว Jeremy Camp กับการที่ยังเลือกที่จะตกลงใจกับ Melissa ที่เป็นโรคร้ายอยู่ได้อีกไม่นาน เขาเลือกที่จะทำแบบงั้นด้วยคำว่าเชื่อตรงตามชื่อเรื่องเลย

โมเมนท์พวกนั้นก็ซาบซึ้งใจในหลายๆฉาก แล้วก็มันเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ ทั้งความน่ายินดี ปลาบปลื้ม แต่สิ่งที่พวกเราไม่อินคือความเพียรพยายามแออัดความเลื่อมใสเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้ามาหนักสูงถึงมากที่สุด รู้เรื่องนะว่า Jeremy Camp เป็นคริสเตียนที่เชื่อเรื่องราวของพระเจ้า

แล้วก็เรื่องราวทั้งหมดเป็นปรารถนาของพระผู้เป็นเจ้าอะไรทำนองนั้น แต่ว่าพอเพียงคนที่ไม่เชื่อมานั่งดูมันก็จะไม่อิน มันจึงกลายเป็นยัดเยียดเหลือเกินสำหรับเรา และก็หนังก็ย้ำข้อความสำคัญเรื่องราวนี้หลายครั้งจริงๆซึ่งมันก็ตรงที่เขาต้องการจะสื่อตามชื่อเรื่อง I Still Believe ที่มาจากชื่อเพลงของ Jeremy Camp

ที่แต่งให้ Melissa นั่นแหละ แต่ว่าหลายๆอย่างมันไม่สมเหตุผลสมผล รวมทั้งราวกับจะตอบปัญหาพวกเราเรื่องความเชื่อถือ ความศรัทธาไม่ได้จริงๆหนังยังมีจุดบอด ความไม่สม่ำเสมอ แล้วก็ความไม่มีเหตุผลกระทั่งเกิดคำถามอยู่หลายจุดเช่นกัน รวมถึงการแสดงของ 2 นักแสดงนำที่มิได้มองโดดเด่นกระทั่งน่าทึ่ง

แม้กระนั้นก็ไม่ได้ห่วยแตกกระทั่งน่ากุมขมับ อยู่ในระดับธรรมดาๆที่ประคับประคองหนังไปได้เรื่อยๆมากกว่าสิ่งที่ถูกใจที่สุดอาจเป็นเพลงในเรื่องนี้นั่นแหละ ไม่เคยรู้เช่นกันว่า K.J. Apa เล่นกีตาร์เองจริงๆหรือเปล่า (มีบางฉากไม่รู้เรื่องคิดไปเองหรือไม่ เล่นไม่ตรงกับที่ได้ยินเลย) แต่ว่าเสียงร้องเขาเนื่องจากไม่ใช่เล่น

โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลาที่ร้อง Find Me In The River ร่วมกับ Britt Robertson เพราะเหตุว่าจริงๆเพราะมากมายเลยล่ะ หลายเพลงน่าฟังมากมายจริงๆกลับมาบ้านหาฟังอย่างยิ่งจริงๆ ทั้งที่ K.J. Apa ร้องรวมทั้งเพลงอื่นๆของ Jeremy Campสรุปแล้ว I Still Believe เป็นหนังที่ตรงจุดประสงค์ที่หนังจะสื่อ

เพียงแต่ว่าเราไม่อิน และก็เอาจริงเอาจังๆมันไม่ใช่หนังที่อยากเล่าของ Jeremy Camp หรอก มันเสมือนเป็นหนังที่ทำขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ Melissa ท้าทายเชื่อถือ ความศรัทธารวมทั้งความรักปล. เอาจริงเอาจังๆให้ความรู้สึกคล้ายโดนเชื้อเชิญให้ทดลองเข้าโบสถ์แบบเดียวกันนะ แบบเคยเจอมะคนมาเชิญชวนให้เข้าโบสถ์แล้วถามว่า “คุณเชื่อในเรื่องของพระเจ้าไหม”

กลับสู่หน้าหลัก https://balancecounseling.org/